แสดงความอาลัย
เมนูหลัก home ITA 2026 verified e-Service desktop_windows ระบบ egp view_list แชทกับหน่วยงาน Messenger
ย่อเมนู keyboard_arrow_down
insert_drive_file ข้อมูลพื้นฐาน
ภาพสำนักงาน



ตราสัญลักษณ์


ประวัติความเป็นมา
ตำบลลุโบะสาวอ เล่ากันว่ามีงูเหลือมตัวใหญ่และยาวมากตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ จับปลาในหนองกินเป็นอาหาร ก่อนจะจับปลาจะฟันหัวไว้กับต้นไม้ริมฝั่งต้นหนึ่ง และฟันส่วนหางไว้กับต้นไม้อีกฝั่งหนึ่ง แล้วใช้ลำตัววิดน้ำในหนองทุกวันจนน้ำแห้งจึงจับปลากิน ชาวบ้านจึงได้ตั้งชื่อตำบลนี้ว่า ลุโบะ ซึ่งแปลว่าหนองและสาวอ แปลว่างูเหลือม ดังนั้นตำบลลุโบะสาวอ จึงมีความหมายว่า ตำบลหนองงูเหลือม นั่นเอง

ข้อมูลทั่วไป
องค์การบริหารส่วนตำบลลุโบะสาวอ ได้ยกฐานะมาจากสภาตำบลลุโบะสาวอ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลลุโบะสาวอ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านบือราแง ตำบลลุโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอบาเจาะ ประมาณ 3 กิโลเมตร ห่างจากที่ตั้งศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ประมาณ 25 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 19.27 ตารางกิโลเมตร หรือ 12,678 ไร่

อาณาเขต
ทิศเหนือ จด ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทิศใต้ จด ตำบลปอเยาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ทิศตะวันออก จด ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ทิศตะวันตก จด ตำบลสามัคคี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศทั่วไปของตำบลลุโบะสาวอเป็นที่ราบลุ่ม ทางทิศตะวันออกบางส่วนไม่เหมาะแก่การเกษตร เนื่องจากเป็นป่าชายเลนป่าพรุและมีน้ำแช่ขังเป็นเวลานาน และบางส่วนเหมาะแก่การเพาะปลูกมะม่วง หิมพานต์ มะพร้าว และพืชไร่บางชนิด เช่น ไม้ผล ไม้ยืนต้นและพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ

จำนวนประชากร
ประชากรในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลุโบะสาวอ มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 7,310 คน แยกเป็น เพศชาย 3,578 คน เพศหญิง 3,732 คน จำนวนครัวเรือน 1,568 ครัวเรือน ประชากรประมาณร้อยละ 100 นับถือศาสนาอิสลาม

info_outline วิสัยทัศน์ / พันธกิจ
วิสัยทัศน์
ท้องถิ่นก้าวหน้า การศึกษาก้าวไกล ประชาชนมีรายได้ ใส่ใจวัฒนธรรมท้องถิ่น รักษาสิ่งแวดล้อม

พันธกิจ
1. บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน 2. ส่งเสริมการศึกษา/เทคโนโลยี/แหล่งเรียนรู้ 3. จัดให้มีแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตรอย่างพอเพียง 4. พัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง 5. ส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอ่างพอเพียง 6. ส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม ความรัก ความสามัคคี ความสมานฉันท์ ของคนในท้องถิ่น 7. ส่งเสริมสนับสนุนด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

local_cafe สถานที่ท่องเที่ยว
พระราชตำหนักทักษิณราชนิเวศน์



พระราชตำหนักทักษิณราชนิเวศน์
ตั้งอยู่บนยอดเขาตันหยง ติดชายทะเล ตำบลกะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองนราธิวาส ประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายนราธิวาส - อำเภอตากใบ ครอบคุลมเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ บริเวณเชิงเขาตันหยงและหาดทรายริมทะเล สร้างขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516สำหรับเป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงค์ เมื่อเสด็จแปรพระราชฐานยังจังหวัดชาย แดนภาคใต้ ช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม ของทุกปี ลักษณะอาคาร ประทับก่ออิฐถือปูน ทรงปั้นหยาสมัยใหม่ตามแบบนิยมของภาคใต้ แบ่งเป็นอาคารหมู่บน ซึ่งเป็นที่ประทับ และตำหนักของกองราชเลขาฯ และหมู่อาคารล่างอันเป็นที่พักของทหารมหาดเล็ก ในบริเวณมีแปลงทดลองปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ยืนต้น รวมถึงกรงเลี้ยงไก่ฟ้า นก และสัตว์ป่าพันธ์ต่างๆ ท่ามกลางแวดล้อมพรรณไม้ ป่าดงดิบ หายากของภาคใต้ และไม้ใหญ่ร่มรื่นสวยงาม ส่วนบริเวณด้านล่าง จัดเป็นศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ

มัสยิด 300 ปี ตะโละมาเนาะ



มัสยิด 300 ปี ตะโละมาเนาะ
มัสยิด 300 ปี บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ ห่างจากจังหวัดนราธิวาส เป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 42 แล้วแยกที่บ้านบือราแง ห่างจากตัวอำเภอบาเจาะ ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกจากถนนสายปัตตานี-นราธิวาสก่อนถึงอำเภอยังมีทางแยกขวาไปถึงมัสยิดสร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง ตั้งตระหง่านมากว่า 300 ปี ใช้สลักไม้ยึดหลักแทนตะปู หรือสกรูเหล็ก รูปทรงของอาคารเป็นแบบไทยพื้นเมืองประยุกต์เข้ากับศิลปะจีน และมลายูออกมาได้ลงตัว ส่วนเด่นที่สุดของอาคาร คือ เหนือหลังคาจะมีฐานมารองรับจั่วบนหลังคาอยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนหออาซานซึ่งมีลักษณะเป็นเก๋งจีน ก็ตั้งอยู่บนหลังคาส่วนหลัง ฝาเรือนใช้ไม้ทั้งแผ่นแล้วเจาะหน้าต่าง ส่วนช่องลมแกะเป็นลวดลาย ใบไม้ ดอกไม้สลับลายจีน ปัจจุบันมัสยิดนี้ยังใช้เป็นสถานประกอบศาสนกิจของชาวมุสลิม หากต้องการเข้าชมภายในต้องได้รับอนุญาตจากโต๊ะอิหม่ามประจำหมู่บ้าน โดยทั่วไปเข้าชมได้บริเวณภายนอกเท่านั้น นอกจากนั้นหมู่บ้านตะโละมาเนาะในอดีตยังเป็นแหล่งผลิตคัมภีร์อัลกุรอานที่เขียนด้วยมือ

แหล่งท่องเที่ยว วัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย)


แหล่งท่องเที่ยว วัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย)
ที่วัดแห่งนี้ได้อีกชื่อว่า ‘วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย’ เป็นเพราะในสมัยก่อนที่เมืองมาเลเซียจะเข้ามายึดดินแดน ประเทศไทยของเราได้อ้างว่ามีวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ เป็นหลักฐานว่าพื้นที่ส่วนนี้เป็นของชาวไทยมาก่อน จึงทำให้ดินแดนส่วนนี้ยังเป็นของชาวไทยอยู่นั่นเอง ตอนนี้ถ้ามองจากศาลาด้านหนึ่งของวัดก็จะเห็นประเทศมาเลเซียอยู่อีกฝากหนึ่ง ให้ได้นั่งตากลมอยู่ที่ตะเข็บชายแดนแบบสบาย ๆ เลย สอบถามรายละเอียดก่อนเข้าไปชมได้เลยที่เบอร์ 073-542346 ตั้งอยู่ที่ ถนนพิทักษ์ประชากิจ (ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จาก สี่แยกตลาดอำเภอตากใบแยกซ้ายประมาณ 100 เมตร) เจ๊ะเห , ตากใบ , นราธิวาส เบอร์ติดต่อ 073-542346

info ผลิตภัณฑ์ตำบล
ข้าวเกรียบปลาเมืองนรา


ข้าวเกรียบปลาเมืองนรา
เวลาได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดไหน เชื่อว่าหลายๆ คนก็ต้องหาของฝากกลับไปให้คนที่รัก คนที่รู้จัก ที่ไม่ได้มาเที่ยวด้วยกัน อย่างถ้าหากใครมีโอกาสล่องใต้ มาเที่ยวยังจ. นราธิวาส ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดที่จะซื้อของฝากอันมีชื่อ ที่ถือว่าเป็นของดีของจ.นราธิวาส นั่นก็คือ “กือโป๊ะ” "กรือโป๊ะ" หรือ “กะโป๊ะ” เป็นภาษายาวี (มลายู) แล้วแต่จะออกเสียงกัน แปลว่า “ข้าวเกรียบ”“กือโป๊ะ” นี้เป็นอาหารขบเคี้ยวชนิดหนึ่ง ที่ชาวนรานิยมกินกันมานมนาน มีความเป็นมาจากที่จ.นราธิวาสเมื่ออดีตมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ชาวประมงสามารถทำประมงจับปลาได้เป็นจำนวนมาก และก็คิดหาวิธีการที่จะทำอย่างไรดีกับปลาที่จับมาได้เยอะ จึงได้คิดหาวิธีถนอมอาหารขึ้นมา โดยการนำเอาปลานั้น มาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบที่สามารถเก็บไว้กินได้นาน